จดบันทึกการร่วม Workshop การพากย์เสียง สำหรับชาว Ookbee

course & workshop Nov 16, 2020

สายเดฟอาจจะมีงงๆ ว่าเราจะไปพากย์เสียงแล้วหรอ เอาเป็นว่างานเราไม่ได้เร่งแล้ว บวกกับอยากได้เทคนิคในการฝึกเป็น speaker ด้วย เลยเข้าไปเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆจ้า

พอดีทีมคอมมูแอพเรา (Beeber) จัดกิจกรรม workshop การพากย์เสียง ดู agenda แล้วน่าสนใจดี และงานเราเองก็ไม่ได้เร่งมาก เลยลองลงสักหน่อย

ใน Agenda จะมีการแนะนำการใช้เสียงสำหรับงานพิธีกรและงานพากย์จ้า กิจกรรมจะมี 2 ช่วงตามหัวข้อหลัก ดังนี้

แนะนำการฝึกใช้เสียงในการเป็นพิธีกรจากพี่โด่ง

  • เสียงเกิดจากอะไร? เสียงเกิดจากการสั่นของเส้นเสียง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการออกเสียง ให้พูดแล้วเราไม่เจ็บคือ อยู่ที่ลูกกระเดือก
  • เส้นเสียงอักเสบ เป็นโรคที่คนใช้เสียงเป็นกันเยอะ คือจะมีตุ่มหรือเม็ดนี่แหละอยู่ที่เส้นเสียง ทำให้ขึ้นเสียงสูงไม่ได้ ต้องไปพบแพทย์เพื่อรักษาเนอะ ซึ่งถ้าหาหมอแล้ว ทำการผ่าตัดแล้ว หมดจะงดใช้เสียง 3 อาทิตย์ จากนั้นเราสามารถกลับมาใช้เสียงได้แล้ว ตัวอย่างเช่น Adele ที่เคยเป็น เขาจะค่อยๆลงคีย์ตัวเองลงมา แล้วก็ไปรักษาเนอะ และเราไม่ควรเกร็งคอหรือเส้นเสียง ให้พยายามพูดแล้วเปิดปาก
  • เก็บลมยังไง และฝึกอย่างไร? เก็บลมที่ปอด หลายๆคนคิดว่าเป็นกระบังลมเนอะ เพราะอาจจะเคยเรียนร้องเพลง หรือดูรายการที่เกี่ยวกับร้องเพลงเนอะ กระบังลมเป็นส่วนนึงเนอะ การเก็บลมทำให้เรามีพลังในการพูดมากขึ้น และเราต้องหายใจให้ถูกต้อง คือ หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องพุบ ส่วนวิธีฝึกก็คือ หายใจเข้าให้เต็มปอด แล้วตอนหายใจออกให้ออกเสียง s หรือ ส ออกมา
  • การขึ้นเสียงสูงหรือเสียงหลบ ห้ามใช้เสียงตะเบ็งคอหรือตะโกน
  • หายใจเข้าปอดลึกๆ

แนะนำเทคนิคการใช้เสียงในการพากย์จากพี่เบียร์ทีม Audio และ น้องธีร์จาก Beeber

ก่อนเข้า session นี้มีถามด้วยว่าทำไมเข้า workshop นี้ และอยากนำอะไรกลับไปใช้

  • การ project เสียง คือ การใช้เสียงเต็มเสียงของเรา (ก็คือใช้ power ที่มีอยู่ของเรา) ออกเสียงให้พุ่งออกมา
  • การแสดงคืออะไร อันนี้มีฮานิดนึงตรงน้องคอมมูตอบว่า การแสดงคือสิ่งที่ต้องทำตลอดเวลา555 ถ้าคำตอบจริงจังหน่อยก็คือการแสดงเป็นคนๆนึง หรือแสดงบทบาทสมมุติเนอะ คนเราก็ไม่เคยไม่มีใครไม่โกหกเนอะ ตัวอย่างสมมุติ เช่นวันนี้ขี้เกียจไปทำงาน เลยขอหัวหน้าลาป่วย แล้วหัวหน้าเป็นห่วงเลยโทรมาถามงี้ จะต้องแสดงว่าเราป่วยอะเนอะ ประมาณนี้
  • การพากย์ การแสดง การร้องเพลง ก็คือการสื่อสารที่ส่ง message บางอย่าง อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ และมีความเชื่ออยู่ในนั้น องค์ประกอบก็จะมี note, key, feeling, power และเราจะต้องรู้จัก message ที่เราจะสื่อสารออกไป เพื่อทำให้เราเชื่อมากขึ้น เช่น เสื้อตัวนี้สีดำ ปากกาด้ามนี้สีแดง
  • ประโยคเดียวกัน แต่การสื่อสารออกไปได้ไม่เหมือนกัน เช่นคำว่า "สวัสดี ไม่เจอกันนานเลยเนอะ" ถ้า context แบบเป็นเพื่อนกันไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงกัน ก็จะเป็นนํ้าเสียงนึงเนอะ แต่ถ้าแบบตัวร้ายเจอกัน ก็จะมีนํ้าเสียงแบบเยาะเย้ยเกลียดชัง ประมาณนี้ ดังนั้นเราจะต้องเข้าใจ context และมีความเชื่อในนั้นเนอะ และมีอีกตัวอย่างนึงที่พี่เบียร์พากย์ให้ฟัง เป็นนิยายจีนในธัญวลัยเนอะ ไดอะล็อกเดียวกัน แต่ถ้าตัวละครที่เป็นแบบจอมยุทธจะเป็นเสียงคาเรตเตอร์นึง ถ้าเป็นตัวละครแบบเด็กๆหน่อยก็จะเป็นอีกเสียงนึง
  • การฝึก key ก็จะมีเสียงปกติ เสียงสูงขึ้นไป 1 key และเสียงตํ่าลง 1 key เนอะ
  • การอ่านภาษาไทยให้ชัดเจนและแตกฉาน ออกเสียงควบกลํ้า ร และ ล ต้องชัด

แล้วก็ระหว่างนี้ให้ผู้ร่วม workshop ลองพากย์นิยายเสียงจากจอยลดา มี 2 เรื่องที่ทำเป็นนิยายเสียงในบีเบอร์แล้วเช่นกัน คือ

ผมจะจีบพี่รหัส ตัวละครมีพี่รหัสผู้หญิงออกแนวดุๆหน่อย กับน้องรหัสผู้ชาย ดูกวนๆขี้เล่น

รองเท้ามือสอง เป็นเพื่อนสาวสองคนที่สนิทกัน เป็นวัยทำงาน

ก่อนที่เราจะลองพากย์กันนั้น เราจะต้องศึกษาคาแรคเตอร์กันก่อน ซึ่งน้องธีร์ก็ได้อธิบายให้ฟังว่าเรื่องไหน ตัวละครเป็นประมาณไหน และลองพากย์ดู ก็แอบตื่นเต้นเพราะไม่เคยพากย์หรือทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย แหะๆ และก็ได้คำแนะนำมาว่า เข้าใจในคาแรคเตอร์แล้ว แต่ติดตรงอ่านรวบคำ พยายามอ่านให้ช้าลง เปิดกว้างให้ปากขึ้น

แล้วววววววววว น้องในทีมที่ทำ Front-End ลงมาด้วยจ้า มาเงียบๆ มาตอนไหนไม่รู้ ไหนๆก็ลงมาแล้ว โดนจ้า ฝึกพากย์เลยจ้า แน่นอนว่าหนุ่มสายเดฟทีมเราน้านนนน ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน รับรู้ความซื่อของน้องเขาในนํ้าเสียง แถมเพิ่งรู้ว่าน้องเขาจีบใครไม่เป็นอีกจ้า

แล้วถ้าเราได้รับบทบาทบางอย่างที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เช่น เล่นบทที่มีจีบๆแต่ในชีวิตจีบใครไม่เป็นเลย หรือ สมมุติคุณพ่อลูกสองอย่างพี่โด่ง จะต้องเล่นละครรับบทเป็นฆาตกรงี้ แน่นอนว่าพี่โด่งก็ไม่เคยฆ่าคนมาก่อนเนอะ แล้วจะต้องทำการบ้านยังไงนะ เพื่อให้เข้าถึงบทบาทและคาแรคเตอร์นี้ได้ แน่นอนว่าจะต้องไปศึกษา อาจจะอ่านหนังสือ ดูหนัง หรือดูอะไรสักอย่าง เพื่อให้เราเข้าใจวิธีคิดของเขาเนอะ

และถ้าสมมุติเสียงคนนี้เป็นเสียงนางอิจฉา ดูเป็นนางร้าย จะเป็นเสียงนางเอกได้ไหม ก็ขึ้นอยู่กับเรื่องและคาแรคเตอร์ของตัวละครว่าตัวนี้ต้องเป็นคนแบบไหน คาแรคเตอร์เป็นอย่างไร บางเรื่องนางเอกอาจจะร้ายๆหน่อยอาจจะใช้เสียงนี้ได้

ก่อนจะจบก็มีทริคเล็กๆน้อยๆให้เราไปฝึกเองได้ด้วยเนอะ

ฝึกอ่านหนังสือเยอะๆ แบบอ่านออกเสียงเนอะ แน่นอนว่าชอบอ่านในใจกัน และฝึกอ่านให้แตกฉาน ฝึกดู และก็ฝึกร้องเนอะ

และมีการรือฟื้นวัยเด็กกับอักษรไทย ที่มีเสียงสูง กลาง และตํ่าเนอะ

  • อักษรกลางให้จำไว้ เพราะจำง่ายสุด ผันครบ 5 เสียงทันที ก็คือ ไก่ จิก เด็ก ตาย บน ปาด โอ่ง
  • อักษรสูง เสียงวรรณยุกต์ตัวสุดท้ายคือรูปสามัญ ไม่มีเสียงสามัญ
  • อักษรตํ่า ไม่มีเสียงเอก คำที่มีไม้เอกจะเป็นเสียงโท คำที่มีไม้โทจะเป็นเสียงตรี
  • ห + อักษรตํ่า -> เสียงสูง เช่น คำว่า ลาน -> หลาน, วัง -> หวัง

ของที่ระลึกจากกิจกรรม Workshop นี้ก็คือ สมุดน้องบี๊บจ้าาา อิอิ เป็นสมุดปกแข็ง ข้างในเป็นกระดาษไม่มีเส้นจ้า ถูกใจสุดๆ

และก่อนจากกันชักภาพที่ระลึกกันหน่อยจ้า

สุดท้าย ขอบคุณทางบริษัทที่สนับสนุน Workshop นี้ขึ้นมา แล้วก็ขอบคุณทางคอมมูทีมบีเบอร์ที่จัดงานนี้ขึ้นมา แล้วก็ขอบคุณวิทยากรใน Workshop นี้ไม่ว่าจะเป็นพี่โด่ง พี่เบียร์ น้องธีร์ และสุดท้ายทีม HR ที่จัดเตรียมสถานที่ให้เราได้ร่วมกิจกรรมกันเนอะ :D

โพสของออฟฟิคจ้า รูปประกอบก็มาจากโพสนี้แหละ

https://www.facebook.com/OokbeeLife/posts/2715905611991404

และที่ออฟฟิคก็รับคนอยู่จ้า

https://th.jobsdb.com/th/th/jobs/companies/ookbee-u-co-ltd/1


สุดท้ายฝากร้านกันสักนิด ฝากเพจด้วยนะจ๊ะ

อย่าลืมกด like กด share บทความกันด้วยนะคะ :)

Posted by MikkiPastel on Sunday, 10 December 2017

และฝากช่องทางใหม่ ทาง Twitter ฮับ

Tags

Minseo Chayabanjonglerd

Android Developer ผู้เป็นเจ้าของบล็อก MikkiPastel ที่ชอบทำหลายๆอย่างนอกจากเขียนแอพแอนดรอยด์ เช่น เขียนบล็อก เขียนแชทบอท เรียนออนไลน์ อ่านหนังสือ วาดรูปเล่น ดู netfilx สั่งอาหารอร่อยๆกัน เป็นต้น

Great! You've successfully subscribed.
Great! Next, complete checkout for full access.
Welcome back! You've successfully signed in.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.